Posts Tagged ‘slot’

7 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ แอนตี้ออกซิแดนต์

 

7 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ…แอนตี้ออกซิแดนต์

มันช่วยแก้ไขและปกป้องผิวของคุณจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ที่นำมาสู่ความร่วงโรยของวัย และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ…แอนตี้ออกซิแดนต์

สำหรับผิวสวย เราต้องการทั้งการแก้ไขและปกป้อง และเพื่อให้คุณได้ทำทั้งสองอย่างในกิจวัตรการดูแลผิวประจำวันของคุณคุณต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม ซึ่งแก้ไขความเสียหายที่มีอยู่ และปกป้องความเสียหายในอนาคตไม่ให้เกิดขึ้นซึ่งแอนตี้ออกซิแดนต์คือสารสุดวิเศษสำหรับผิว ซึ่งคุณได้เห็นมันมากมายอยู่บนเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง แต่มันมีหลายอย่างที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับมัน ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้คุณแล้ว

1. แอนตี้ออกซิแดนต์ต่อสู้กับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ
หากจะอธิบายอย่างสั้นๆ อนุมูลอิสระเกิดขึ้นจากที่โมเลกุลต้องสูญเสียหนึ่งในอิเล็กตรอน (ที่ต้องมีเป็นคู่เสมอ) ทำให้มันต้องไปดึงเอาอิเล็กตรอนมาจากโมเลกุลตัวอื่น และเมื่ออีกตัวหนึ่งเสียอิเล็กตรอนไป มันก็จะทำแบบเดียวกันเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกันไป ความพยายามในการซ่อมแซมตัวเองเช่นนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าอนุมูลอิสระขึ้นมา ออกซิเจนหรือสารประกอบอื่นที่มีโมเลกุลของออกซิเจน อย่างเช่น คาร์บอนมอนอกไซด์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ รวมทั้งแสงแดดและมลพิษเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายเราตลอดเวลาและอนุมูลอิสระรับผิดชอบต่อความร่วงโรยของผิว เนื่องจากมันทำร้ายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว โดยแอนตี้ออกซิแดนต์ทั้งปกป้องและต่อสู้กับความเสียหายนี้ด้วยการทำให้อนุภาคนี้กลายเป็นกลาง

2. แอนตี้ออกซิแดนต์…ไม่ใช่ส่วนผสมใดๆ ทั้งสิ้น
แอนตี้ออกซิแดนต์ไม่ใช่วิตามินหรือส่วนผสมพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มันเป็นการทำงานของส่วนผสมบางอย่างที่ป้องกันการที่โมเลกุลจะดึงอิเล็กตรอนจากอะตอมตัวอื่น และเริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ โชคดีที่แอนตี้ออกซิแดนต์จำนวนมากสามารถพบได้ในร่างกายมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตาม มีโอกาสอย่างมากว่าเราจะไม่ได้รับแอนตี้ออกซิแดนต์มากพอที่จะจัดการกับอนุมูลอิสระและความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ที่เกิดการสลายตัวหรือไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติ ส่วนผสมที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระมีทั้งวิตามินเอ ซี อี เบต้าแคโรทีน ซีลีเนียม คิเนติน และสังกะสี

3. แอนตี้ออกซิแดนต์ปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนัง
เมื่อแอนตี้ออกซิแดนต์ทำให้อนุภาคของอนุมูลอิสระกลายเป็นกลาง มันก็ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ในผิวของคุณ ความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างของเซลล์และองค์ประกอบเซลล์นี้ สามารถสะสมตัวมากขึ้นเรื่องๆ ตามเวลาที่ผ่านไป และในที่สุดก็สามารถนำไปสู่โรคร้ายอย่างเช่นมะเร็งผิวหนังได้

4. แอนตี้ออกซิแดนต์รักษาริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัย
         เนื่องจากริ้วรอยและสัญญาณต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิว เช่น สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำ และความหยาบกร้านของผิว ล้วนเกิดจากอนุมูลอิสระทั้งสิ้น การใช้แอนตี้ออกซิแดนต์ในรูปของการทาลงบนผิว จึงอาจมีบทบาทในการชะลอความเสียหายจากอนุมูลอิสระให้ช้าลงได้ อย่างไรก็ตาม ผลของมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์อาจเกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานเป็นปีๆ ก่อนที่จะสังเกตเห็นความเสื่อมถอยใดๆ คุณจึงไม่อาจชโลมแอนตี้ออกซิแดนต์ลงบนผิว และหวังว่าริ้วรอยของคุณจะลดลงอย่างทันที

5. แอนตี้ออกซิแดนต์สามารถปกป้องผิวจากแสงแดด
         นอกเหนือจากการต่อสู้กับอนุมูลอิสระแอนตี้ออกซิแดนต์ยังบช่วยปกป้องผิวจากรังสีที่เป็นอันตรายของแสงแดด แต่อย่าได้เลิกใช้ครีมกันแดดไปเลย เนื่องจากการปกป้องของแอนตี้ออกซิแดนต์ต่อรังสียูวีมีค่อนข้างน้อยมาก จึงควรจับคู่สกินแคร์ที่มีแอนตี้ออกซิแดนต์กับครีมกันแดดหรือมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสองอย่าง

6. แอนตี้ออกซิแดนต์สามารถเข้ากันได้กับผลิตภัณฑ์สกินแคร์อย่างอื่น
         แอนตี้ออกซิแดนต์เป็นมิตรต่อการดูแลผิวทุกประเภท และสามารถนำมาใช้ผสมผสานกับครีมอื่นๆ ได้อย่างปลอดภัยรวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อต่อต้านสิวและปกป้องแสงแดดด้วย

7. มันดีที่สุดที่จะให้แอนตี้ออกซิแดนต์แก่ผิวด้วยการทา
ร่างกายของคุณจะส่งผ่านวิตามินและสารอาหารต่างๆ ที่คุณบริโภคเข้าไปให้แก่ผิวในปริมาณค่อนข้างน้อย ฉะนั้น คุณจะเห็นประโยชน์มากกว่าเมื่อคุณทาแอนตี้ออกซิแดนต์ลงบนผิวโดยตรง และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก็สนับสนุนเรื่องการปกป้องของแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ทาลงบนผิว ตัวอย่างเช่น วิตามินซี อี และซีลีเนียม ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากแสงแดดต่อผิว และแสดงให้เห็นด้วยว่าสามารถปกป้องความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อไป นอกจากนี้การทาแอนตี้ออกซิแดนต์ยังเพิ่มระดับการปกป้องความเสียหายจากสภาพแวดล้อมแก่ผิว และการช่วยชะลอกระบวนการแก่ก่อนวัยได้

Famous Antioxidant

มีส่วนผสมหลายอย่างที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ และนี่คือบางส่วนที่นิยมใช้กันในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่คุณสามารถหาได้ตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง

 วิตามินเอหรือเบต้าแคโรทีน เบต้าแคโรทีนคือสิ่งที่ช่วยปกป้องผลไม้และผักที่มีสีเขียวเข้ม เหลือง และส้มจากความเสียหายจากรังสีของพระอาทิตย์ และเชื่อกันว่ามันทำหน้าที่แบบเดียวกันในร่างกายมนุษย์

 วิตามินซี ช่วยซ่อมแซมผิวจากความเสียหายของแสงแดดและปกป้องผิวจากความร่วงโรย แต่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่สลายตัวได้เร็วมากเมื่อสัมผัสกับออกซิเจน

 วิตามินอี เป็นวิตามินหลักในร่างกายที่ทำหน้าที่แอนตี้ออกซิแดนต์ปกป้องเซลล์เมมเบรนและโครงสร้างอื่นที่มีส่วนประกอบของไขมัน

 ฟลาโวนอยด์ ฟลาโวนอยด์เป็นเม็ดสีในพืชที่รับผิดชอบในการสร้างสีสันของผลไม้ ผัก และดอกไม้ ซึ่งเป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ทรงอานุภาพ แล้วยังมีคุณสมบัติในการต้านอาการอักเสบและต้านไวรัสได้ด้วย ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่อผิวพรรณ ฟลาโวนอยด์ที่มีผลประโยชน์เป็นพิเศษได้แก่ Proanthocyanins ซึ่งพบในองุ่นและต้นไพน์ และPolyphenols ซึ่งพบในชาเขียวและขาขาว

 โคเอนไซม์คิว 10 (Coenzyme Q10) นี่เป็นสารที่ปกติร่างกายจะสร้างขึ้นได้เอง แต่ปัจจัยหลายอย่างอาจทำให้ระดับของ CoQ10 ในร่างกายลดลง ส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนอิลาสติน และโมเลกุลที่สำคัญอื่นๆ ของผิวน้อยลงนอกจากนี้ ผิวที่ขาด CoQ10 ยังอาจเสียหายได้ง่ายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งมีอยู่มากมายบนผิว ดังนั้น CoQ10 อาจเพิ่มการซ่อมแซมตัวเองของผิว และการสร้างเซลล์ผิวใหม่และลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระได้

 สังกะสี (Zinc) ช่วยปกป้องรังสียูวี ช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็ว ส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของระบบประสาท เนื้อเยื่อทั่วร่างกายต่างมีสังกะสีเป็นส่วนประกอบและมีในชั้นหนังแท้มากกว่าหนังกำพร้า การทาสังกะสีลงบนผิวในรูปของซิงก์ไอออน (Zinc lons) มีรายงานว่าสามารถปกป้องผิวจากแสงได้
ซีลีเนียม เป็นแร่ธาตุที่พบในซีเรียล ถั่ว และไข่ งานวิจัยบางชิ้นแสดงว่าการกินซีลีเนียมป้องกันมะเร็งในสัตว์ทดลองในแล็บ มันยังแสดงให้เห็นถึงการชะลอการแก่วัย และบรรเทาอาการผิวไหม้จากรังสีได้ด้วย

ร้อนนี้ ผิวผ่องพิสุทธิ์ใสไม่มัน

skin

ร้อนนี้!! ผิวผ่องพิสุทธิ์ใสไม่มัน

ชั้นบรรยากาศโลกเริ่มบางลง แสงแดดก็แผดจ้าสาดแสงลงมาได้อย่างเต็มที่ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำร้ายผิวพรรณให้เสื่อมโทรม โดยเฉพาะคุณๆ ที่มีผิวมันก็ยิ่งกลัดกลุ้มใจ หน้าดำหน้าหมองคล้ำ เป็นสิวและเกิดริ้วรอย หน้าร้อนอย่างนี้สาวผิวมันแลดูไม่เปล่งปลั่งสดใสเอาเสียเลย

ผิวมัน เป็นผิวที่มีความมันมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะบริเวณที่โซน คือ หน้าผาก จมูก คาง เนื่องจากต่อมไขมันทำงามากกว่าปกติจึงทำให้รูขุมขนใหญ่ ผิวหน้าดูหยาบหมองคล้ำไม่สดใส ไดอารี่ความงามมีสูตรดูแลผิวมันให้คุณสาวๆ ได้นำไปบำบัดผิวพรรณในฤดูร้อนนี้ค่ะ

สูตรบำรุงผิวหน้ามัน ด้วยการนำแตงกวา 2 ลูก ปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาดนำมาปั่นให้ละเอียดผสมกับน้ำมะนาวครึ่งช้อนโต๊ะและไข่ไก่ 2 ฟอง (ใช้แต่ไข่ขาว) ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วนำส่วนผสมนี้มาชโลมนวดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก พอกทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จึงล้างหน้าตามปกติ ช่วยบำรุงให้ผิวมันเปล่งปลั่งลดความมันได้ค่ะ

สูตรกระชับรูขุมขน คุณอาจจะเลือกใช้กล้วยหอมสุก แตงกวา มะเขือเทศ อย่างใดอย่างหนึ่ง จากนั้นนำมาปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เติมนมเปรี้ยวหรือน้ำผึ้งลงไปผสมกันแล้วปั่นให้ละเอียดเนียน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก สูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่นขึ้นค่ะ

คืนความสดใสให้ผิวมัน ด้วยการนำนมเปรี้ยวที่แช่เย็นจัดนำมาพอกหน้าแล้วนวดคลึงเบาๆ ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ค่อยๆ เช็ดออกเพียงแผ่วเบา สูตรนี้จะช่วยให้ใบหน้าที่ซีดเซียวหมองคล้ำ แลดูสดชื่นเปล่งปลั่งขึ้นได้ค่ะ
อบไอน้ำให้ผิวสะอาด กระจ่างใส ให้คุณเตรียมชามอ่าง หรือหม้อชนิดที่มีปากกว้างแล้วใส่น้ำลงไปพร้อมทั้งหยดน้ำมันหอมแบบอโรมาเธอราปีลงไป สัก 5-10 หยด สาวๆ ผิวมันให้เลือกใช้กลิ่นโรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ หรือเปปเปอร์มินต์ (จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น) จากนั้นให้นำหม้อยกขึ้นตั้งไฟ ต้มให้เดือดแล้วยกลง ใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะลงมาถึงใบหน้าเป็นกระโจม แล้วนำใบหน้าไปอังกับไอน้ำ ให้ใบหน้าอยู่ห่างจากปากหม้อประมาณ 1 ฟุต อังใบหน้านานประมาณ 5-10 นาที ซึ่งการอบไอน้ำจะเป็นการทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวาในหน้าร้อนนี้ค่ะ

ที่สำคัญการล้างหน้าบ่อยจนเกินไป จะยิ่งเป็นการไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นกว่าเดิม แถมยังไปกระตุ้นให้สิวอักเสบได้ง่ายขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ ถ้าคุณไม่ได้มีกิจกรรมแบบผ่านร้อนผ่านหนาวมากนัก ใช้กระดาษซับมันคอยซับความมันออกไปก็จะดีกว่า อย่าแต่งหน้าเสียหนาเตอะ เลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดสิวและการอุดตันรูขุมขน ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจด เพียงเท่านี้ฤดูร้อนนี้คุณก็สามารถเป็นเจ้าของผิวหน้าที่สวยใสไม่มันวาวได้ไม่ยากแล้วล่ะค่ะ

รังสีอัลตราไวโอเลต ศัตรูร้ายทำลายผิว

skin

 

รังสีอัลตราไวโอเลต  ศัตรูร้ายทำลายผิว 

ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนซึ่งอุดมไปด้วยสายลมและแสงแดดที่แผดจ้าได้ในทุกเวลาในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้พบว่าชั้นบรรยากาศของโลกเริ่มบางลง และเกิดรูรั่วของชั้นโอโซน (Ozone) จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แสงแดดตัวร้าย สามารถสาดส่องลงมายังพื้นผิวโลกได้อย่างง่ายดาย และยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

รังสีอัลตราไวโอเลต ศัตรูร้ายทำลายผิว
          ถึงแม้นว่าแสงแดดจะมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ก็เฉพาะแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าเท่านั้น(และจะมีอันตรายมากในช่วงเวลา 10.00-15.00 นาฬิกา) ซึ่งรังสีอัลตราไวโอเลต จะเริ่มแผดเผาและมีปริมาณมากก็ตั้งแต่ในฤดูร้อน คือ เดือนมีนาคม ส่วนเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะมีปริมาณมากกว่าเดือนอื่นๆ และถึงแม้นว่าท้องฟ้าจะมีเมฆปกคลุมมาก ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยจากแสงแดด เพราะรังสีตัวร้ายสามารถเล็ดรอดผ่านลงมาได้อย่างสบายๆ

รังสีอัลตราไวโอเลต แบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ UVC เป็นรังสีที่มีความยาวของคลื่นสั้นที่สุด ซึ่งจะไม่ทำอันตรายต่อผิวมากนัก UVA สามารถทำให้ผิวดำคล้ำ(Tanning) สีผิวเปลี่ยนได้ภายหลังจากการตากแดดประมาณ 1 ชั่วโมงแต่ไม่สามารถทำให้เกิดผิวไหม้ได้ UVB สามารถก่อให้เกิด ฝ้า กระ ผิวเป็นผื่นผิวเหี่ยวย่น หย่อนยาน ทำให้ผิวคุณแก่ลงหรือเสื่อมสภาพลงนั่นเองและยังทำให้ผิวเกิดอาการแสบร้อน บวมแดง หรือที่เรียกว่า SUNBURN อาการแพ้แดดนั่นเองค่ะ

ครีมกันแดดกันรังสีอัลตราไวโอเลต การเลือกใช้ครีมกันแดดนั้นสิ่งหนึ่งที่คุณต้องทราบ คือค่าการป้องกันแสงแดด(Sun Protection Factor) หรือค่า SPF ซึ่งเป็นค่าความสามารถในการกันแดด สมมุติว่าครีมกันแดดมีค่า SPF เท่ากับ 15 ก็หมายความว่าเมื่อคุณทาสารกันแดดชนิดนี้แล้วสามารถป้องกันแสงแดดได้นาน 15 เท่า ซึ่งส่วนใหญ่สารกันแดดจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ครีมกันแดดกลุ่มที่ป้องกันรังสีจากแสงแดด โดยการสะท้อนแสง (Protection by Reflection) สารในกลุ่มนี้เป็นสารกันแดดซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวสะท้อนแสงป้องกันไม่ให้รังสีอัลตราไวเลตผ่านผิวหนังได้ มีสีทึบหรือเนื้อครีมขุ่นและมีคุณสมบัติในการป้องกันรังสีทุกชนิด ช่วยปกป้องผิวจากการถูแสงแดดแผดเผาได้ สารจำพวกนี้ เช่น ซิงก์ออกไซด์ (zinc oxide) ไตตาเนียม ไดออกไซด์(titanium dioxide) เป็นต้นอีกกลุ่มหนึ่งคือครีมกันแดดโดยใช้สารเคมีในกลุ่มดูดซับพลังงานแสง(Protection by Adsrption) ทำให้แสงแดดไม่สามารถผ่านไปทำอันตรายต่อผิวหนังได้ เช่น พาบา(Paba) พาร์ซอล(Parsol) ซึ่งมีสีใส เป็นต้น

เลือกใช้ครีมกันแดดอย่างไร การเลือกใช่ค่า SPF นั้นขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่แต่ละคนทำถ้าคุณเป็นสาวออฟฟิศไม่ค่อยโดนแดดมากนักควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ก็เพียงพอ หากคุณต้องทำงานกลางแจ้งหรือต้องออกแดดบ่อยๆ ควรใช้ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป และหากร้อนนี้คุณมีโปรแกรมไปเที่ยวทะเลท้าทายสายลมและแสงแดดก็ควรใช้ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปและทาซ้ำในทุกๆ 1 หรือ 2 ชั่วโมงนะคะ อย่ามองว่า…แหม ไม่รู้ว่าจะสำอางไปถึงไหน…เพราะแสงแดดน่ะร้ายกาจกว่าที่คุณคิดไว้มากมายเชียวล่ะค่ะ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนสครับผิว

ผิวสวย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนสครับผิว

ใครที่ต้องสครับผิวเป็นประจำ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีสิ่งที่ควรรู้ก่อนจะสครับผิวมาฝาก…

สครับผิวสัปดาห์ละครั้ง

ความถี่ในการสครับผิวที่เหมาะสม คือ 2 สัปดาห์/ครั้ง สำหรับผิวธรรมดาในช่วงเย็นของวัน ส่วนผิวมันสครับได้บ่อยกว่า คือ สัปดาห์ละครั้ง และสำหรับผิวแห้ง สามารถสครับผิวได้ 2 – 3 สัปดาห์/ครั้ง คนเราจะผลัดเซลล์ที่ตายแล้วทุกๆ 28 วัน การสครับออกไปแต่พอดี จึงช่วยเผยผิวใหม่ที่สะอาด น่ามองได้

เลือกเนื้อสครับธรรมชาติ

สครับเนื้อหยาบอาจทำให้ผิวถลอกได้ ทางที่ดีควรเลือกเนื้อบีทเล็กๆ ที่มาจากธรรมชาติอย่าง รำข้าว สารสกัดจากหม่อน เมล็ดมะขาม น้ำตาล เปลือกมะกรูด มะขามป้อม ตะไคร้ ฯลฯ ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน และยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้ผิวอีกด้วย

เลือกสมุนไพรให้เหมาะกับผิว

เพราะสารสกัดที่ผสมในเนื้อสครับมีความแตกต่างกันไป สมุนไพรบางชนิดดีต่อผิวแห้ง เช่น น้ำผึ้ง แตงกวา ว่านหางจระเข้ ส่วนผิวมันและผิวมีสิวควรเลือกผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะยม มะเฟือง มะกรูด มะขาม เป็นต้น เพื่อให้สมุนไพรได้ดูแลผิวอย่างถูกต้อง

  เมื่อใกล้ออกแดด

เมื่อเตรียมจะไปเที่ยวทะเล ควรงดการสครับผิวก่อนออกแดดประมาณ 2 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวถูกแสงแดดทำลายมากเกินไป และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การป้องกันแสงแดดทุกๆ 4 ชั่วโมง รวมทั้งการสเปรย์ผิวให้ชุ่มชื่นตลอดการออกแดด

ถ้าจะสครับผิวครั้งหน้า ก็อย่าลืมนึกถึงคำแนะนำกันด้วย

7 เคล็ดลับ รักษาเท้า ให้น่าคลั่งไคล้

 

7 เคล็ดลับ รักษาเท้า ให้น่าคลั่งไคล้ 

            1. จะเข้าใจว่าศัตรูของเท้าไม่ใช่ความแห้งแต่เป็นกลิ่น ดังนั้นไม่ควรหมักหมมเท้าไว้ในรองเท้าให้นานเกินไป ควรหาเวลาถอดเพื่อระบายเหงื่อ หรือใช้สเปรย์แป้งเพิ่มความสดชื่นให้แก่เท้าอยู่เสมอ

            2. เวลาล้างเท้าควรล้างอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะบริเวณแต่ละง่ามนิ้วเท้า ควรใช้สบู่เด็กหรือผลิตภัณฑ์รักษาความสะอาดโดยเฉพาะ เพราะบริเวณนั้นเป็นแหล่งรวมของเชื้อราเลยทีเดียว จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดให้หมดจด

            3. ควรประณีตกับการล้างเท้าสักหน่อย โดยการใช้ “หินลอย” (Pumice Stone) มาขัดหนังที่แข็งกระด้างออก และไม่ลืมที่จะใช้เวลาในการเช็ดเท้าให้แห้งสนิทมากที่สุดด้วย

            4. แล้วเมื่อเท้ามีอาการปวดเมื่อยจากการเดินหรือวิ่งก็ตาม ง่ายๆ เลยเพื่อระงับความปวดเมื่อยคือการนำเท้าไปแช่น้ำอุ่น(ผสมเกลือ) สัก 10-15 นาทีแล้วยกออก ตามด้วยการจุ่มน้ำเย็นสัก 1-2 นาที ก็จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และยังทำให้ผิวเท้านุ่มขึ้นอีกด้วย

            5. เมื่อมีเวลาว่างเมื่อใดก็ควรนำเท้าไปนวดครีมหรือนวดน้ำมัน เพื่อรักษาผิวให้มีความชุ่มขึ้นอยู่เสมอ

            6. ไม่ควรใส่รองเท้าที่คับจนเกินไป เพราะนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดแล้ว ยังทำให้เกิดแผลและตาปลาอีกด้วย

            7. ไม่ควรทำเล็บที่ร้านเสริมสวยหรือใช้เครื่องมือของทางร้าน เพื่อป้องกันความสกปรกหรือโรคผิวหนังที่จะติดมากับเครื่องมือเหล่านั้น(ทำด้วยตัวเองดีที่สุด)

สารและตัวยา ที่ทำให้หน้าขาวใส

วิธีทำให้ผิวขาว

สารและตัวยาที่ทำให้หน้าขาวใส 

ทราบหรือไม่ว่า สารและตัวยาชนิดใดที่ทำให้หน้าขาวใส วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาบอก…

 กลูตาไธโอน

ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ต้านการเสื่อมของเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวหน้า ขาวสวยใส เปล่งปลั่งไร้รอยด่างดำ รวมถึงผิวทั่วเรือนร่าง เช่นใต้วงแขน บริเวณขอบชุดชั้นใน ริมฝีปาก และบริเวณหัวนม ให้ขาวอมชมพู

 สารสกัดจากเปลือกสน

ทำให้ผิวขาวใส โดยลดปฏิกิริยาของผิวหนังเมื่อถูกแสงแดด ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ลดขนาดและความเข้มของฝ้า กระและช่วยปรับสภาพผิวให้กลับขาวใสขึ้น เนื่องจากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์ได้แรง

 สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

ในเมล็ดองุ่นมีสารบางชนิด ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทำให้เนื้อเยื่อโครงสร้างผิวแข็งแรง ปกป้องเนื้อเยื่อโครงสร้างผิวจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ลดการเกิดริ้วรอย ลดความหยาบกร้าน หมองคล้ำ ทำให้ผิวใส เรียบเนียน

 ชาเขียวสกัด

ปกป้องและรักษาผิวจากการทำลายของมลภาวะ โดยเฉพาะแสงแดด ช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพผิวให้กลับคืนสู่สภาพปกติ ช่วยให้ผิวขาวขึ้น ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอย

 โคเอนไซม์คิวเทน

ช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว บำรุงผิวให้แข็งแรง ลดการเกิดริ้วรอย ด้วยการเร่งการผลิตคอลลาเจน ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ เพิ่มความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว ทำให้ผิวยืดหยุ่นแข็งแรง

 วิตามินซี

เสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยลดการเกิดริ้วรอย ลดการถูกทำลายของเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระ ช่วยคงความแข็งแรงของผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวและเผยผิวขาวเนียนสดใส

 สารสกัดจากมะเขือเทศ

ลดรอยดำ และความหมองคล้ำจากผลกระทบโดยตรงหรือโดยทางอ้อมจากแสงแดด ลดการถูกทำลายของผิว ช่วยปกป้องจาการทำลายของอนุมูลอิสระ ช่วยลดการเกิดริ้วรอย เสริมฤทธิ์กับชาเขียวเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว

 วิตามินอี

เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดเลือนริ้วรอย

 ซีลิเนี่ยม

ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทำงานเสริมกับวิตามินซี และวิตามินอี

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าใครอยากมีผิวหน้าขาวใส ลองมองหาสารหรือตัวยาที่แนะนำมาใช้กันดูได้

ผิวหน้าสวยใส…เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าอย่างไร

ผิวหน้า

ผิวหน้าสวยใส…เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าอย่างไร

ผิวหน้าสวยบริสุทธิ์ใสเป็นเสน่ห์ที่คุณผู้หญิงทุกคนปรารถนา แต่การเป็นเจ้าของผิวพรรณที่สวยกระจ่างใสได้นั้น นอกจากปัจจัยทางกรรมพันธุ์ เชื้อชาติ การบำรุงรักษาเอาใจใส่ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดผิวหน้าในเบื้องต้นนั้น เป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่คุณผู้หญิงไม่ควรมองข้ามไป เพราะการทำความสะอาดผิวหน้าต้องทำเป็นประจำทุกวัน สิ่งที่มากระทบผิวพรรณหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้นต้องอ่อนโยน และเหมาะสมกับสภาพผิวพรรณของแต่ละคน เพื่อให้ผิวใสไม่ถูกทำร้ายโดยไม่รู้ตัวค่ะ

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดผิวหน้านั้น ส่วนใหญ่จะมีสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) ทำหน้าที่กำจัดคราบไขมันและสิ่งสกปรกบนใบหน้าให้หมดไป แต่ควรมีคุณสมบัติสำคัญที่น่าใช้ ดังนี้ คือ

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดผิวหน้า ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าและที่สำคัญควรมีค่า pH ที่เหมาะสม กับ สภาพผิวตามธรรมชาติให้มากที่สุด ค่า pH ที่เหมาะสมคือ ค่า pH 0.5-5.5 (ค่า pH คือค่าความสมดุลของกรดด่าง)

ผลิตภัณฑ์ที่ดีต้องปราศจากส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดการอุดตันบริเวณต่อมรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการก่อให้เกิดสิว หรือที่เรียกว่า Non-Comedogenic นั่งเองค่ะ

ส่วนผสมของสารที่ปรับสภาพผิวหน้าให้นุ่มคืนความชุ่มชื่นสู่ผิวพรรณเป็นหลัก นั่นคือ Moisturizer (มอยส์เจอร์ไรเซอร์) วิตามินอี หรือส่วนผสมจากวิตามินธรรมชาติในการบำบัดบำรุงผิวพรรณเป็นหลัก ใช้แล้วผิวหน้าไม่แห้งตึง ที่สำคัญไม่ว่าคุณผู้หญิงจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดใดก็ตาม เลือกที่มีคุณภาพสมราคา ไม่ใช่ว่าของแพงราคาสูงลิบลิ่วจะดีเสมอไป หรือว่าของถูกมีของแถมซื้อ 1 แถม 3 ก็ใช่ว่าจะมีคุณค่าต่อผิวพรรณ เลือกที่ไว้ใจได้ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการระคายเคืองต่อผิวพรรณของคุณ ก็จะเป็นการดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ